มากกว่า>>คำแนะนำโพสต์บล็อก Essence
มากกว่า>>ผู้เชี่ยวชาญยอดนิยม

เหตุผลที่ฟ้า ทานากะ

สนาม: เครือข่ายการพัฒนาของจีน

บทนำ:ถอดบทเรียนการดูแลผู้สูงอายุ รพสตบ้านทำเนียบที่สุราษฎร์ 01 กุมภาพันธ์ พศ 2561 เวลา 00:01 น ...

ยันปีศาจรัก

สนาม: นิวไชน่าเน็ต

บทนำ: วิษณุ ยัน คลัง-กรมบังคับคดี เดินหน้าอายัดทรัพย์ ยิ่งลักษณ์ ย้ำยังมีเวลา 10 ปี ทนายปูเผยตั้งแต่ กค60 โดนยึดทรัพย์สินกว่า 30 รายการ รวมบ้านนวมินทร์มูลค่า 110 ล้าน ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 31 มกราคม นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงขั้นตอนของกระทรวงการคลังในการเดินหน้าสืบทรัพย์ หลังศาลปกครองยกคำร้องคำขอทุเลาการยึดทรัพย์ นสยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในคดีโครงการรับจำนำข้าว ว่า กระทรวงการคลังสามารถเดินหน้าสืบทรัพย์ได้ เพราะคนที่เกี่ยวข้องมี 2 ส่วน คือ กระทรวงการคลัง เป็นผู้ชี้ทรัพย์ และกรมบังคับคดี ที่มีอำนาจในการยึดหรืออายัดตามที่กระทรวงการคลัง ในฐานะเจ้าหนี้ได้ชี้ทรัพย์ หากไม่สามารถนำยึดได้ เพราะหาทรัพย์ไม่เจอ มีระยะเวลา 10 ปี ตามอายุความ ระหว่างนี้เจออะไรสามารถดำเนินการได้ จนกว่าจะมีการยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอทุเลาใหม่ ซึ่งร้องได้เรื่อยๆ แต่คงต้องดูเป็นกรณีไป เพราะการร้องต่อศาลปกครองต้องดูว่าเขาร้องอะไร ถ้าร้องขอทุเลาแปลว่าสำหรับอนาคต ที่ผ่านไปแล้วถือว่าจบ เมื่อถามว่า ในคำสั่งยกคำร้องของศาลระบุว่า มีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์ เป็นหน้าที่ของใครในการติดตามทรัพย์ นายวิษณุกล่าวว่า กระทรวงการคลังในฐานะเจ้าหนี้ต้องเป็นผู้เสาะหา แล้วให้เจ้าหน้าที่กรมบังคับคดีไปจัดการ ซึ่งเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือแล้ว เพราะหน่วยงานต่างๆ ต่างรู้หน้าที่ตัวเอง เมื่อศาลมีคำสั่งออกมาเช่นนี้ ไม่จำเป็นต้องไปบอกอะไร ที่ผ่านมาได้มีการอายัดอะไรไปพอสมควรแล้วเท่าที่ทำได้ แม้จะยังไม่มากเท่าจำนวนที่พึงยึดก็ตาม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เป็นการอายัดเอาไว้ก่อน แต่ไม่ต่างอะไรกับการไปยึด เพราะไม่สามารถจะทำอะไรกับทรัพย์นั้น หรือยักย้ายไม่ได้แล้ว ส่วนการจะนำทรัพย์ดังกล่าวเข้าคลังได้จะต้องให้แน่ใจว่าไม่มีปัญหาอะไรอีก เช่น ไม่มีคดี หรือจบเรื่องไปแล้ว ทางด้าน นายนพดล หลาวทอง ทนายความของ นสยิ่งลักษณ์ ในคดีที่กระทรวงการคลังมีคำสั่งให้ นสยิ่งลักษณ์ ชดใช้ค่าเสียหายในโครงการรับจำนำข้าว ในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรีและประธานคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช) จำนวน 35 หมื่นล้านบาทเศษ ว่า กรมบังคับคดีได้มีการแจ้งยึดอายัดทรัพย์ไปแล้วตั้งแต่เดือน กค2560 จนถึงปัจจุบันรวม 37 รายการ อาทิ บ้านที่นวมินทร์ รวมถึงที่ดินทั้งใน กทมและต่างจังหวัด คอนโด และบัญชีเงินฝาก การยึดทรัพย์สินของ นสยิ่งลักษณ์ กรมบังคับคดียึดไปหมดแล้ว เป็นการดำเนินการล่วงหน้าโดยอาศัยคำสั่ง คสชตามมาตรา 44 ที่ให้คุ้มครองเจ้าหน้าที่ ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยมีการดำเนินการลักษณะนี้ เหมือนการลงโทษก่อนมีคำพิพากษา ขณะนี้ต้องรอคำพิพากษาของศาลต่อไป ถ้ามีการเพิกถอนภายหลังก็สามารถเยียวยาได้ ซึ่งจะเกิดความยุ่งยาก ชื่อเสียงที่เสียหายไปก็ชดเชยไม่ได้ นายนพดลระบุ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามข้อมูลแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินของ นสยิ่งลักษณ์ ที่แจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ พบว่า บ้านพักอาศัย 2 ชั้น ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 38/9 ซอยนวมินทร์ 111 แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพฯ พร้อมสนามฟุตบอล ซึ่งอยู่ในลำดับที่ 5 ของโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง มีมูลค่าปัจจุบันที่ 110 ล้านบาท โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 29 มคที่ผ่านมา ศาลปกครองกลางมีคำสั่งยกคำขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองของ นสยิ่งลักษณ์ เกี่ยวกับวิธีการชั่วคราวก่อนการพิพากษา (ครั้งที่ 2) ในคดีหมายเลขดำที่ 1996/2559 ระหว่าง นสยิ่งลักษณ์ ผู้ฟ้องคดี กับ พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน ผู้ถูกฟ้องคดี เรื่องคดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย สำหรับการอายัดทรัพย์สินของ นสยิ่งลักษณ์ โดยกรมบังคับคดีนั้นประกอบด้วย 1อายัดบัญชีเงินฝาก 16 บัญชี และ 2อายัดเงินส่วนแบ่งทรัพย์สินในคดีล้มละลายของศาลล้มละลายกลาง คดีหมายเลขดำที่ ล13430/2552 และยึดที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง 37 รายการ ประกอบด้วย ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง 4 รายการ คือ 1บ้านพักอาศัย 2 ชั้น และที่ดินโฉนดเลขที่ 57310 เขตบางขุนเทียน 2บ้านพักอาศัย 2 ชั้น และที่ดินโฉนดเลขที่ 57430 เขตบางขุนเทียน 3ที่ดินโฉนดเลขที่ 16505 เขตบึงกุ่ม (สนามฟุตบอล) 4บ้านพักอาศัย 2 ชั้น และที่ดินโฉนดเลขที่ 70389 เขตบึงกุ่ม ส่วนที่ดินว่างเปล่า 3 รายการ คือ 1ที่ดินโฉนดเลขที่ 25401 เขตบึงกุ่ม 2ที่ดินโฉนดเลขที่ 10005 อบางบ่อ จสมุทรปราการ 3ที่ดินโฉนดเลขที่ 7480 กิ่ง อบางเสาธง จสมุทรปราการ และห้องชุด 30 รายการ ได้แก่ 1ห้องชุดเซ็น ทริค ซีน สุขุมวิท 64 เขตบางนา 2 ห้อง และ 2ห้องชุดยูคอมเพล็กซ์ คอนโดมิเนียม กิ่ง อบางเสาธง จสมุทรปราการ จำนวน 28 ห้อง

โปร คา สิ โน ออนไลน์1️⃣M98
h1b | <动态当天时间> | อ่าน(339) | แสดงความคิดเห็น(80)
ยากเอ่ยคำ กลั่นจากอก แต่พลัน จันทร์ตรีโกณอังคาร ณ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ปีระกา ตรงกับพุธ ๓๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่ คสชจำเอ่ย ถ้าประชาชนไม่ต้องการ ผมก็พร้อมที่จะจะจะไปจากตำแหน่งนี้ เพราะฉะนั้น อยากจะฝากกับสื่อว่า อยากให้ดูว่า ผมทำงานมาตลอด ๕๐ ปี ได้ทำอะไรไว้บ้าง? ครับคืนวาน อาถรรพณ์สรรพคราสเค้นจันทร์ร้องไห้จนน้ำตาเลือดอาบฟ้า โหราจารย์บอกว่า ระวัง จะเป็นน้ำตาจากทุกข์ทนหม่นไหม้ชาวประชา และนั่น นำสู่การ พลิกฟ้า-พลิกดิน อีกครั้ง ที่ไม่คาดกันมาก่อน! แต่สรุปว่า บ้านจะสุข เมืองจะมีสง่าราศี กับสิ่งดี-สิ่งใหม่! ไม่ต้องไปถอดรหัส หรือตีความกับวลี ผมพร้อมที่จะไปจากตำแหน่งนี้ ของพลเอกประวิตร คำพูดทหาร ชัด ตรงตัว ไม่อ้อมค้อม เมื่อท่านเอ่ยผ่านสื่อถึงสาธารณะว่า พร้อมจะไป ก็หมายความว่า ท่านตัดสินใจแล้ว ตัดสินใจ ไปจากตำแหน่งรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แน่นอน! เพราะเงื่อนไขการไป-ไม่ไปของท่าน ที่ว่า ถ้าประชาชนไม่ต้องการ นั้น มัน ชัด และ ใช่ อยู่แล้ว! มิใช่ ไม่ต้องการท่าน เพียงแต่ในสถานการณ์นี้ อยากให้ท่าน เห็นแก่สถานการณ์ สลับหน้าชน บ้างเท่านั้น! ๕๐ ปี ในงานราชการทหาร และอีก ๓ ปี ๘ เดือน ในงานรัฐบาล คสช เพื่อส่วนร่วม เพื่อธำรงความมั่นคงประเทศและสถาบัน พลเอกประวิตร ท่าน เสียสละ เพื่อสิ่งนั้น เป็นที่ประจักษ์มามากแล้ว และการประกาศ จะไปจากตำแหน่งนี้ นี่ ก็เป็นอีกครั้งหนึ่ง อาจหาญยิ่งใหญ่ พิสูจน์ชายชาติทหารในการเสียสละของท่าน ในเมื่อประชาชน พอใจ-ต้องการ ให้น้องร่วมสาบานท่าน เป็น กระบี่เดียวค้ำฟ้า มีอันใดเล่า ที่พี่ใหญ่จะไม่ยินดี!? น้องสำเร็จ เท่ากับพี่สำเร็จ ในงานกอบกู้ ชาติ-ราชบัลลังก์ และสังคมชาติ ที่ร่วมเป็น-ร่วมตายด้วยกัน จาก ๒๒ พฤษภา ๕๗ ครั้งนี้ เพียงพี่ถอยตามยุทธวิธี จากแถวหน้า ไประวังหลังอยู่ในสถานะ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ สลายแผน ฝ่ายตรงข้าม วืดไปทันที ตารุก-ตาฆาตในกระดานหมากจะเปิดโล่ง ให้ คสชทิ่มเบี้ย โคนเบียด ม้าสกัด สะกดด้วยเรือ รุกไล่ เดี๋ยวก็เหลือพื้นที่เดิน แค่ โรงพัก กับ ห้องรอประกัน เท่านั้นแหละ! ตลอดชีวิตท่าน ดูเหมือน เมื่อวาน (๓๑ มค๖๑) เป็นครั้งแรก ที่ท่านยืนหน้าไมค์ ด้วย ความในใจ ที่ถอดร้อยเรียงลงแผ่นกระดาษพร้อมสรรพ เป็นใครๆ ก็ไม่ง่ายเลย พูดน่ะไม่ยาก แต่การพูดเหมือนประกาศ ลาแล้ว จากตำแหน่งทางการเมืองในรัฐบาล คสชประหนึ่ง จำใจ ต่อหน้าพี่น้องทหาร และบรรดานักข่าว มัน ยากจริงๆ ! ดังนั้น แม้ร่างไว้ล่วงหน้า แต่เมื่อถึงคราเอ่ยข้อความสำคัญสุดท้าย ก้อนแห่งความอัดอั้น จะระคนน้อยเนื้อต่ำใจ หรือคับแค้นอันใด ก็ยากเดา ท่านสะดุดตรงคำว่า ผมพร้อมที่จะจะอยู่ ๒-๓ ครั้ง ก่อนต่อประโยคให้สมบูรณ์ ด้วยเนื้อความว่า จะไปจากตำแหน่งนี้ ! อย่าว่าแต่เจ้าของคำเลย ผมเชื่อว่าผู้ฟังคำแทบทุกคนก็รู้สึกสะท้อน ด้วยเข้าใจ-เห็นใจท่าน เท่ากับที่ท่าน เข้าใจประชาชน และ เห็นน้ำใจ น้องเล็กของท่านที่ชื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ! ใครอยู่ในจุดนี้ ก็เหมือน พี่ใหญ่-น้องเล็ก คู่นี้ มันยากจริงๆ ทั้งการตัดสินใจ และการทำใจ ทำงานใหญ่ น้ำใจต้องไม่ฟุ่มเฟือย ถึงตอนนี้ ผมชักจะเข้าใจและเห็นใจท่านประธาน เหมาเจ๋อตง ว่าการปลดแอกประชาชนสู่ความเป็น จีน ยิ่งใหญ่วันนี้ สหายต้องตายให้สหาย ไปไม่รู้เท่าไหร่? เอาล่ะ เมื่อพี่ใหญ่ประกาศ พร้อมลาออก เช่นนี้ พลเอกประยุทธ์ ในฐานะ หัวหน้ารัฐบาล จะทำอย่างไรต่อไป? นี่ทั้งมิตร ทั้งศัตรู จ้องดูเขม็ง! พูดกันทางการเมือง รัฐมนตรีเมื่อประกาศต่อสาธารณะเช่นนี้ ถือว่า มีผล ในทางลาออกไปแล้ว แต่รัฐบาลเผด็จการ จะยึดธรรมเนียมปฏิบัตินั้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับท่านนายกฯ ผมว่าพี่กับน้องคงได้หารือกัน ก่อนพี่ใหญ่จะตัดสินใจประกาศต่อสาธารณะเมื่อวาน ดังนั้น ไม่นานเกินการณ์ การสลับตัวเดิน ก็ต้องได้เห็น นายกฯ คงต้องนั่งควบเก้าอี้ รัฐมนตรีกลาโหม แทนพลเอกประวิตร ไปน่ะ ไม่ใช่ไปลับหรือไปเลย หากแต่ไปคุมทัพอยู่ใน บอร์ด คสช ซึ่งคุมนโยบายรัฐบาลอีกที! ผมขอย้ำ เรื่อง เลื่อนเลือกตั้ง นั้นน่ะ ประชาชนไม่ซีเรียส จะปลายปี ๖๑ หรือต้นปี ๖๒ ไม่ต่างกันตรงไหน และก็พอเข้าใจ ถ้าผมเป็นรัฐบาล ผมก็ต้องเลื่อน โดยทิ้ง ช่วงห่าง ไว้แบบนี้ เพราะอะไรน่ะหรือ? คืออย่างที่ผมเคยคุยตรงนี้ไป ๒-๓ ครั้งแล้ว บ้านเมืองอยู่ในช่วงรอยต่อแผ่นดิน งาน ถวายพระเพลิงพระบรมศพ ผ่านไปแล้วก็จริง แต่ขณะนี้ อยู่ในช่วงรื้อถอนและย้ายพระเมรุมาศออกจากท้องสนามหลวง ไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และอาคารจัดแสดงนิทรรศการที่ จปทุมธานี ใช้เวลาประมาณ ๒ เดือน ตามกำหนด ราวๆ กลางเดือนมีนา ๖๑ นั่นแหละ จะแล้วเสร็จ และส่งมอบพื้นที่ให้ กทมปรับแต่งภูมิทัศน์ต่อไป แต่ที่สำคัญสูงสุด ต้องไม่ลืม บ้านเมืองยังมีพระราชพิธีสำคัญยิ่ง ที่ต้องกระทำต่อจากนี้รออยู่พระราชพิธีหนึ่ง คือ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระเจ้าแผ่นดิน รัชกาลที่ ๑๐ คงจำกันได้ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช กราบบังคมทูลเชิญ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร องค์พระรัชทายาท เสด็จขึ้นทรงราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ ตามกฎมณเฑียรบาล ว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พศ๒๔๖๗ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ระหว่างที่ประชาชนยังมิได้ถวายพระปรมาภิไธย เนื่องในการพระราชพิธี บรมราชาภิเษก ตามพระราชประเพณี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระปรมาภิไธยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร หมายความว่า ขณะนี้ อยู่ระหว่างไปสู่ขั้นตอน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อมีพระราชพิธีแล้ว จึงจะขานพระนามพระองค์ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็น ในหลวง รัชกาล ที่ ๑๐ ครบถ้วน สมบูรณ์ ทุกประการ ส่วนจะกำหนดวันไหน เมื่อไหร่ เป็นพระราชวินิจฉัย ในทางรัฐบาล เท่าที่ทราบ รองฯ วิษณุ เครืองาม มอบให้ กระทรวงวัฒนธรรม จัดเตรียมงานเกี่ยวกับ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก แล้ว เมื่อกลางเดือนมกรา พระราชพิธีสำคัญยิ่งเช่นนี้ พูดถึงด้านรัฐบาล ต้องตระเตรียมต้องติดต่อประสาน ทั้งในและนอกประเทศมากมาย พูดกันจริงๆ งานระดับนี้ ๖ เดือน เพื่อการเตรียมให้พร้อม ไม่แน่ว่าจะพอ ดังนั้น ถ้าจะกำหนดวันเลือกตั้ง ตามที่กะการณ์ไว้เดิมว่า ราวๆ เดือนพฤจิกา เสี่ยงมาก ที่งานพระราชพิธี กับการหาเสียงเลือกตั้ง หรือการเลือกตั้ง อาจประจวบเวลาคาบเกี่ยวกัน ซึ่งไม่เหมาะสมเลย อีกทั้ง เมื่อประกาศวันเลือกตั้ง รัฐบาลก็จะอยู่ในฐานะ รักษาการ ไม่ถูกต้อง-ไม่เหมาะสมเช่นกัน ถ้าพระราชพิธีสำคัญยิ่งนั้น ผู้รับสนองพระราชโองการ จะเป็นรัฐบาลรักษาการ เมื่อตรองตามนี้ ผมเข้าใจ และเห็นในความจำเป็น ที่ต้องเลื่อนเลือกตั้งด้วยเงื่อนไข ประกาศกฎหมายเลือกตั้งไปก่อน ๙๐ วัน แล้วจึงจะมีผลบังคับใช้ ส่วนจะเลือกตั้งวันไหน ค่อยว่ากันต่อจากนั้น? เป็นเรื่องความรอบคอบของรัฐบาล บนความรับผิดชอบ มากกว่าเป็นเล่ห์-เป็นเหลี่ยม หวังอยู่ในอำนาจเผด็จการนานๆ ก็อยากให้ตรองกันตามนี้ และไอ้พวกกเฬวรากแผ่นดิน ที่กระดี๊-กระด๊า นึกว่ารัฐบาลประยุทธ์ขาลง แล้วแห่กันรุมทึ้งนั่นน่ะ ต่อให้พ่อมึงทั้งยูเอ็นยกมามะรุมมะตุ้มด้วย จะแจก กล้วย เป็นซูวีเนียร์ให้คนละใบ! 【อ่านข้อความเต็ม】
rr6 | <动态当天时间> | อ่าน(712) | แสดงความคิดเห็น(930)
หลังจากภาครัฐประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ทำให้ผู้ประกอบการเอกชนต้องหาแนวทางรับมือกับต้นทุนของงบจ้างพนักงานมากขึ้น โดยภาคของอุตสาหกรรมค้าปลีก มีเสียงจากสมาคมผู้ค้าปลีกไทย บอกว่า ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจค้าปลีกขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)เนื่องจากต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น และยังทำให้เกิดปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน โดยประเมินคราวๆ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอาจขาดเงินสดหมุนเวียนเพิ่มขึ้นถึง 18% ต่อปีอีกด้วย ทั้งนี้ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นดังกล่าวอาจมีความแตกต่างกันไปตามพื้นฐานของแต่ละบริษัท โดยธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ที่สามารถจ่ายค่าจ้างแรงงานเกินอัตราขั้นต่ำที่กำหนดไว้ อาจยังไม่ได้รับผลกระทบในระยะแรก เนื่องจากสามารถบริหารต้นทุนได้ แม้ว่าค่าจ้างแรงงานจะมีการปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยที่ประมาณ 2% ก็ตาม มาดูกันว่าความเปลี่ยนแปลงหลังจากปรับขึ้นค่าแรงแล้วธุรกิจค้าปลีกเป็นอย่างไร จากเดิมอัตราค่าจ้างแรงงานพื้นฐานของธุรกิจค่าปลีกเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 6-9% ต่อยอดขาย แต่ตามข้อกำหนดใหม่ทำให้ธุรกิจค้าปลีกมีค่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอีก 2% บวกกับเงินสมทบประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น 100% และเงินกองทุนทดแทนที่เพิ่มขึ้นอีก 183% รวมอัตราการเพิ่มขึ้นถึง 1183% ซึ่งจะส่งผลให้อัตราค่าจ้างพนักงานพื้นฐานใหม่กลายเป็น 709%-1064% ต่อยอดขาย หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 168%-225% ของยอดขาย จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นผู้ประกอบการต้องมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 861%-1333% เพื่อที่จะมีกำไรไปจ่ายค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น ยังไม่นับรวมถึงจำนวนพนักงานปัจจุบัน พนักงานพาร์ตไทม์ พนักงานเอาต์ซอร์ส แม่บ้าน พนักงานรักษาความปลอดภัย และพนักงานซับคอนแทรคอื่นๆ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10%-15% ของพนักงานประจำทั้งหมด มองว่าพนักงานกลุ่มนี้ก็มีแนวโน้มที่จะทำเรื่องเจรจาขอปรับเพิ่มค่าแรงด้วยเช่นกัน ด้านผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว มีความเห็นว่า การปรับขึ้นค่าแรงอาจไม่ได้กระทบกับบริษัทมากนัก แต่ก็มีบ้างที่ไกด์มีพูดว่าต้องการเพิ่ม ต้องรอดูสักพัก ถ้ามีคนโหมกระแสเรียกร้องก็คงมีผล ส่วนพนักงานประจำไม่มีปัญหา จะมีก็แต่พวก freelance หรือกึ่ง freelance ที่ทำให้เกิดต้นทุนเพิ่มต่อธุรกิจ ส่งผลให้ของขายแพงขึ้น ถ้าตลาดรับไม่ได้ ก็ต้องกลับมาที่ดุลยภาพเดิมด้วยการตัดต้นทุนบางอย่าง ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพทัวร์ เพราะโดยทั่วไปตลาดยังหาแต่ของถูก ถ้าเพิ่มต้นทุน บางธุรกิจอาจต้องลดต้นทุนอื่น เพื่อให้ได้มาซึ่งราคาที่ขายได้ แต่บริษัทอาจทำไม่ได้ เพราะเรามีมาตรฐานค้ำคออยู่ หลักๆ ก็คงเป็นเรื่องต้นทุนคนเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการทำทัวร์ต้องปรับกลยุทธ์ต้นทุนใหม่ ซึ่งความจริงส่วนตัวเห็นว่า รัฐยังไม่ควรขึ้นตอนนี้ เพราะว่าตลาดยังไม่พร้อม เห็นได้จากจีดีพีที่ผ่านมา หลักๆ มาจาก Export Tourism ยังไม่ไปลงพวก Construction ที่ใช้แรงงานรายวันมากๆ เลย ทำให้เห็นว่ายังไม่มีความเติบโต ดังนั้น ผู้บริโภคก็ไม่พร้อมที่จะจ่ายแพงขึ้น ผู้ประกอบการก็ต้องบริหารต้นทุนใหม่ให้สอดคล้องกับตลาด ไปๆ มาๆ สภาพตลาดและราคามันก็กลับมาสู่ดุลยภาพ พวกค่าจ้างสูง คนว่างงานมาก คนก็ลดค่าตัวเอง แต่หากถามว่าต้นทุนการจ้างพนักงานคิดเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ของการดำเนินธุรกิจ ก็คงขึ้นอยู่กับขนาดเล็กหรือใหญ่ไม่เท่ากัน บริษัทอาจสูงกว่าเพราะคนเยอะและแยกเป็นหลายฝ่าย ส่วนเล็กๆ ทำในครอบครัว มีคนช่วยบ้าง ก็จ้างคนน้อย แต่ทำทุกอย่างก็คงได้ เพราะสนใจแค่ขายของได้ไหม ซึ่งช่วงนี้ราคาขายต้องต่ำ เขาก็จะไปกดตรงอื่น ตามหลักที่ดีคือขึ้นค่าแรง ธุรกิจขึ้นราคาขาย ผู้บริโภคพร้อมซื้อของที่แพงขึ้น แต่ตอนนี้เศรษฐกิจยังกระจุกตัว ค่าแรงขึ้น ราคาขายขึ้นไม่ได้ มีแต่ลง ลูกค้าหาแต่ของถูกก็ลำบาก สุดท้ายมันจะไปกระทบคุณภาพ อีกอย่างแรงงานที่ค่าแรงขึ้น ไม่ใช่เพราะมี skill มากขึ้น ยังมีเท่าเดิม ผู้ประกอบการก็จะหนีจากตลาดแรงงานใช้คนน้อยลง ส่วนธุรกิจร้านอาหาร ผู้บริหารซานตาเฟ่ สเต๊ก บอกว่า ค่าแรงพนักงานคิดเป็น 23% ของการดำเนินธุรกิจ วัตถุดิบ 40% ค่าเช่าพื้นที่กว่า 20% และอื่นๆ อีก 5% เมื่อมีการปรับขึ้นค่าแรงก็ต้องปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้อง โดยปกติมีพนักงานรวมกันทั้งของบริษัทและแฟรนไชส์ประมาณ 3,000 คน ค่าใช้จ่าย 20 ล้านบาทต่อเดือน การปรับขึ้นค่าแรงมีผลกระทบต่อต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 5% หรือคิดเป็น 1 ล้านบาทต่อเดือนที่ต้องจ่ายเพิ่ม ธุรกิจร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ผู้บริหารมองว่า เอสเอ็มอีจะสามารถปรับตัวได้ในเรื่องต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้น เพราะเท่าที่ได้สัมผัสส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมครอบครัว และมีระบบเครือข่าย ซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรหรือมีแหล่งวัตถุดิบโดยตรง จึงคาดว่าผลกระทบต่อเอสเอ็มอีไม่มากนัก ขณะเดียวกันภาครัฐก็มีมาตรการลดหย่อนภาษีช่วยเหลือเอสเอ็มอี เพื่อไม่ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงเกินไป【อ่านข้อความเต็ม】
z6j | <动态当天时间> | อ่าน(163) | แสดงความคิดเห็น(668)
ท่ามกลางบรรยากาศที่หนักไปทางตื้อๆ มึนๆ คับปาก คับใจ อยู่ตามสมควรอย่างน้อยก็ยังพอได้มีข่าวคราวที่ทำให้หัวจิต หัวใจ แช่มชื่นขึ้นมามั่ง แม้แต่เพียงนิดๆ ก็ยังดี ข่าวแรกก็คือข่าวที่ศาลปกครองสูงสุด ท่านตัดสินวินิจฉัยชี้ขาด ให้ สตชหรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน ให้กับบรรดาผู้เข้าร่วมการชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อเกือบ 10 ปีที่แล้ว จำนวนประมาณ 250 ราย รายละตั้งแต่ 7,120 บาท ไปจนถึง 4,152,771 บาท ตามลำดับ พร้อมคำนวณดอกเบี้ยบวกรวมเข้าไปด้วย ----------------------------------------------- คือไอ้ช่วงที่ยิงกันอุตลุด สนั่นหวั่นไหว ใช้แก๊สน้ำตามีอายุ หมดอายุ หรือไม่ อย่างไรก็แล้วแต่ ส่องทั้งในแนวราบ แนวโค้ง ชนิดผู้เข้าร่วมประท้วงบางรายถึงกับแขนขาด ขาขาด เอาเลยก็ยังมี อันนั้นนั่นแหละที่ศาลท่านกรุณาหยิบมาตั้งข้อสังเกตว่าเป็นสิ่งที่สมควร ไม่สมควรแก่เหตุ หรือไม่ เพียงใด ขณะที่บรรดาเราๆ-ทั่นๆ ที่ได้นั่งน้ำตาซึม น้ำตาไหล ขณะเห็นภาพเหตุการณ์ปรากฏอยู่ในจอทีวี และได้แต่เก็บงำความรู้สึกต่างๆ เอาไว้มาตั้ง 10 ปีที่แล้ว แต่ 10 ปีสำหรับลูกผู้ชาย หรือลูกผู้หญิงก็แล้วแต่ ก็ยังไม่ถึงกับ สายเกินไป อย่างน้อยการที่ศาลปกครองสูงสุดท่านยังมองเห็น คุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ ที่จะต้องให้การชดใช้ ต้องตีราคาเป็นมูลค่าความเสียหาย ไม่ว่าจะกี่บาท ต่อกี่บาท แต่เพียงแค่เห็นว่ามันเป็นสิ่งที่มีคุณค่า ราคา ขึ้นมาบ้างแล้ว แค่นี้ก็ ปลื้มไม่เสร็จ ------------------------------------------------- เพราะอย่างน้อยก็น่าจะทำให้ไอ้พวกที่ชอบยิง ชอบใส่ กันอุตลุด ไม่ได้มองถึงความเป็นเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน และยิ่งไม่ได้มองถึง เงื่อนไข-เหตุปัจจัย อันทำให้มนุษย์ที่อยู่ในแผ่นดินเดียวกัน บ้านเมืองเดียวกัน ต้องออกมาทนทุกข์ ทรมาน กินนอนอยู่กลางถนน ทั้งๆ ที่แต่ละรายมีบ้าน มีช่อง มีสิ่งอำนวยความสะดวกสบายไปด้วยกันทั้งนั้น พอได้ตระหนัก สำนึก ขึ้นมามั่ง ว่านี่คนนะเว้ยไม่ใช่แมวที่ไหน!!! ก่อนจะรับคำสั่ง ปฏิบัติตามคำสั่ง หรือทำอะไรที่ล่วงเลยไปจากคำสั่ง เพื่อให้ เข้าตากรรมการ หรือเข้าตาผู้มีอำนาจในช่วง ณ ขณะนั้นให้มากๆ เข้าไว้ อย่างน้อยก็น่าจะหยิบเอาเรื่องความเป็นมนุษย์หรือคุณค่าแห่งเป็นความเป็นมนุษย์ มาคิดๆ เอาไว้มั่ง ---------------------------------------------------- อีกข่าวหนึ่งที่น่าสนใจและน่าปลื้มใจเอามากๆ ก็คือข่าวที่กลุ่มผู้เรียกตัวเองว่า ยุติธรรมภิวัฒน์ นำโดย พี่ประทิน หรือพลตำรวจเอก ประทิน สันติประภพ อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่พร้อม ปฏิรูปตัวเอง มาโดยตลอด ไม่จำเป็นต้องรอให้ใครมาปฏิรูป พร้อมกับ พี่เหี้ยม หรือที่ใครต่อใครที่เหี้ยมๆ ต่างเรียกพี่ไปด้วยกันทั้งนั้น พลเอก ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ และคณะอีกหลายต่อหลายราย ได้ตัดสินใจยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ให้ช่วยพิจารณาว่าการเคลื่อนไหวต่อสู้เพื่อเรียกร้องความถูกต้อง เป็นธรรม ของบรรดากลุ่มผู้ชุมนุมเท่าที่ผ่านมาในอดีต ไม่ว่ากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย องค์กรพิทักษ์สยาม ไปจนถึงกลุ่ม กปปสนั้น ถือเป็นการต่อสู้ภายใต้กรอบรัฐธรรมนูญ ที่ได้กำหนดไว้ในมาตรา 27 และมาตรา 216 ของรัฐธรรมนูญปีพุทธศักราช 2550 หรือไม่ อย่างไร ------------------------------------------------------ คือถ้าหากทุกสิ่งทุกอย่างมันยังอยู่ภายใต้กรอบ ภายใต้การกำหนดบทบาทในเรื่อง สิทธิ เสรีภาพของปวงชน ตามแนวทางของรัฐธรรมนูญที่ว่า ก็จะได้ไม่ต้องไปเสียเวลางัดเอาข้อหาประเภทร้ายๆ น่าเกลียด น่ากลัว ประเภทกบฏ ก่อการร้าย หรือกระทั่งเห็นเป็นซ่องโจรเป็นโน่น ฯลฯ มาใช้เป็นเครื่องมือในการไล่ล่า บดขยี้ บรรดาผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหา หรือผู้ถูกกล่าวหา ทั้งหลาย อย่างที่ อัยการ ท่านกำลังกระทำการในลักษณะไม่ต่างไปจากตำรวจที่ตัดสินใจยิงแก๊สน้ำตาใส่ใครต่อใคร โดยไม่ต้องสนใจว่าแก๊สน้ำตาจะหมดอายุ-ไม่หมดอายุ จะยิงแนวโค้ง หรือยิงแนวราบก็ย่อมได้ ขอเพียงแต่ให้ปฏิบัติตามคำสั่งตามตัวอักษรแต่ละวรรคแต่ละประโยคในตัวบทกฎหมาย โดยไม่จำเป็นต้องสนใจถึง เจตนารมณ์ ใดๆ เอาเลยก็ย่อมได้ อันนี้นี่แหละที่เลยต้องไปลากเอารัฐธรรมนูญ หรือ กฎหมายแม่ ที่ถือเป็นตัวบ่งชี้ เจตนารมณ์ สอดแทรกและควบคุม เอาไว้ใน กฎหมายลูก แต่ละฉบับ ----------------------------------------------------- ไม่งั้นถ้าหากไม่คิดจะมอง เจตนารมณ์ ใดๆ เอาไว้เลย บรรดาผู้ที่ถูกคุณธรรม ศีลธรรม วัฒนธรรม ประเพณี ค่านิยมอันดีของสังคม หล่อหลอมให้ต้องกลายสภาพมาเป็นวีรบุรุษ วีรชน วีรสตรีทั้งหลายในแต่ละยุค แต่ละสมัย คงต้องกลายเป็น กบฏ เป็นผู้ก่อการร้าย เป็นซ่องโจร หรือกระทั่งกลายเป็น บุคคลล้มละลาย กันไปเป็นแถบๆ อย่างที่กำลังเป็นอยู่ในทุกวันนี้ เพราะแม้ว่า กฎหมายแม่ อย่างกฎหมายรัฐธรรมนูญจะพยายามเปิดช่องเอาไว้ให้ เพื่อหวังจะให้ ภาพรวม ของสังคม เป็นไปในทางที่ดี แต่ถ้าหากอัยการและตำรวจ ท่านไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้เอาเลยแม้แต่น้อย กะจะเอากันแค่ตัวอักษรในแต่ละวรรคแต่ละประโยคของ กฎหมายลูก มาไล่บด ไล่บี้ ไล่ยิงแก๊สน้ำตาใส่ใครต่อใคร อนาคตประเทศนี้ก็คงไม่หลงเหลือ วีรบุรุษ วีรสตรี วีรชนใดๆ อีกต่อไป กลายเป็น ซ่องโจร กันไปทั้งประเทศเอาเลยก็ไม่แน่!!! --------------------------------------------------------- ความคิดริเริ่ม หรือความพยายามของกลุ่ม ยุติธรรมภิวัฒน์ ที่จะยื่นเรื่องราวเหล่านี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ จึงไม่ใช่เป็นแค่ความพยายามช่วยเหลือ เยียวยา พรรคพวกเพื่อนฝูงแต่อย่างใด แต่อาจถือเป็นความพยายามที่จะ เปลี่ยนมุมมอง ของสังคมทั้งสังคม ให้หันมามองอะไรต่อมิอะไรกันที่ เจตนา เป็นหลัก เจตนาที่รวมเอาคุณค่าแห่งความเป็นมนุษย์ คุณค่าแห่งความเป็นสังคมที่ดี ที่ต้องมีคุณธรรม ศีลธรรม เป็นองค์ประกอบรวมเอาไว้ด้วย เพื่อไม่ให้สิ่งที่เรียกว่า ความยุติธรรม ทั้งหลาย กลายเป็นความยุติธรรมแบบ เวนิส-วาณิช หรือแบบ ยิวไชล็อค ที่กะจะเชือดเนื้อ เถือหนัง ใครต่อใครตามตัวบทกฎหมายให้จงได้!!! ----------------------------------------------------------- ปิดท้ายด้วยวาทะวันนี้ จากพระราชนิพนธ์ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 เรื่อง เวนิส-วานิช ฉะนั้นยิวแม้อ้างยุติธรรม-จงกำหนดจดจำไว้ด้วยว่า-ภายใต้กระแสยุติธรรมา-ยากจะหาความสุขเกษมเปรมใจ ----------------------------------------------------------【อ่านข้อความเต็ม】
vbb | <动态当天时间> | อ่าน(424) | แสดงความคิดเห็น(661)
นอกจากพวกเราจักไม่เคยได้ยินพวกนักการเมือง พูดถึงเรื่องการปฏิรูปแล้ว เรายังได้เห็นขบวนการขัดขวางการปฎิรูป ของพลพรรคนักการเมืองอยู่เป็นระยะๆ【อ่านข้อความเต็ม】
6lv | <动态当天时间> | อ่าน(775) | แสดงความคิดเห็น(890)
สำหรับโปรแกรมของ อุ้ม กับทีมใหม่ ในวันที่ 1 กพ โดยจะซ้อม 2 รอบ คือเวลา 900 น และ 1530 น และวันที่ 2 กพ จะซ้อมเวลา 900 น ก่อนที่วันที่ 3 กพ อุ้ม มีลุ้นลงเล่นนัดแรกให้ วิสเซล โกเบ ในการอุ่นเครื่องที่แคมป์โอกินาว่า ในการเจอกับ ชิมิสุ เอส พัลส์ และกลับไปเมืองโกเบ วันที่ 4 กพ พร้อมกับเปิดตัวอย่างเป็นทางการวันที่ 5 กพ ต่อไป【อ่านข้อความเต็ม】
xl6 | 2021-09-26 | อ่าน(100) | แสดงความคิดเห็น(292)
หนุ่มซิ่งเก๋งสีดำเข้าพบตำรวจ ยันไม่ได้ยิงปืนใส่สาวพนักงานศาลที่ตกใจขับหนีจนรถตกคู เผยแค่เสียงท่อไอเสีย ตำรวจยึดรถตรวจสอบผ่านมาตรฐาน มอกหรือไม่ เมื่อวันที่ 31 มกราคมนี้ นายสิริชัย หรือแบงค์ แก้วกล่อง อายุ 20 ปี ผู้ขับขี่รถยนต์เก๋งยี่ห้อนิสสัน มาร์ช สีดำ หมายเลขทะเบียน กง 7289 เพชรบุรี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภโคกขาม จสมุทรสาคร เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์หลังมีข่าวว่าตนเองขับรถไล่ยิงรถที่วิ่งขวางทาง โดยมี พลตตมานะ อินพิทักษ์ ผบกภจวสมุทรสาคร และ พตททวีป เงินดี รอง ผกก (สอบสวน) สภโคกขาม ร่วมสอบถามเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อเช้าวันที่ 30 มคที่ผ่านมา นสวิไลวรรณ มูลทา เจ้าพนักงานศาลยุติธรรมชำนาญการศาลจังหวัดสมุทรสาคร ขับรถเก๋งโตโยต้า ยาริส จากบ้านพักเขตบางบอน กทม จะไปทำงาน ได้แซงรถกระบะคันหน้า เป็นเวลาเดียวกับที่รถเก๋งนิสสัน มาร์ช วิ่งมา จึงบีบแตร 2 ครั้งเพื่อขอทาง ปรากฏว่ารถนิสสันได้ขับไล่ตาม พร้อมกับมีเสียงดังคล้ายยิงปืน 3-4 ครั้ง ทำให้ นสวิไลวรรณตกใจกลัวรีบหักพวงมาลัยเพื่อเลี้ยวรถหลบเข้าปั๊มน้ำมัน แต่รถเสียหลักพุ่งลงคูข้างทางที่หน้าปั๊มน้ำมัน ปตทเอกชัย-มหาชัย ถนนเอกชัย หมู่ 4 ตโคกขาม อเมืองสมุทรสาคร โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ นายสิริชัยให้การว่า วันเกิดเหตุตนขับรถไปส่งแฟนยังที่ทำงาน แล้วจะกลับรถเพื่อไปทำงาน พอมาถึงจุดกลับรถแล้วก็ขับออกไป โดยไม่ได้สนใจเสียงแตรหรือเสียงใดๆ เพราะจะรีบไปทำงาน กระทั่งเย็นหลังเลิกงาน ตนเห็นข่าวในเฟซบุ๊กและคิดว่าตัวเองไม่ผิด จึงบอกพี่สาวพร้อมมาแสดงความบริสุทธิ์ โดยยินดีให้ตรวจสอบ ทั้งนี้ เสียงดังที่อีกฝ่ายเข้าใจว่าเป็นเสียงปืนมาจากเสียงท่อแต่งของรถ ยืนยันว่าไม่เคยพกปืนแต่อย่างใด พร้อมกันนี้ได้นำคลิปกล้องวงจรปิดของรถตนให้ตำรวจตรวจสอบด้วย ด้าน พตททวีปกล่าวว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณที่เกิดเหตุไม่มีเหตุยิงกัน และตรวจสอบปลอกกระสุนปืนก็ไม่พบ สอบพยานระบุว่า ได้ยินเสียงคล้ายรถแต่งที่มีเสียงดังคล้ายปืน อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้ยึดรถของนายสิริชัยเพื่อส่งไปตรวจสอบที่สำนักงานขนส่งกรณีรถมีเสียงดัง รวมทั้งส่งไปยังคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ดูว่ามาตรฐาน มอกผ่านหรือไม่ จากนั้นจึงจะรวบรวมพยานหลักฐาน หากพบความผิดก็จะเรียกผู้ขับขี่มาแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป【อ่านข้อความเต็ม】
vtp | 2021-09-26 | อ่าน(328) | แสดงความคิดเห็น(906)
ฝนถล่มกรุงอีกระลอก น้ำท่วมถนนหลายสาย สุขุมวิทขาเข้าแทบเป็นอัมพาต สมุทรปราการก็อ่วม กรมอุตุฯ ชี้เกิดจากภาวะอากาศแปรปรวน ทำให้อุณหภูมิลดลงอีก ขณะที่ภาคใต้คลื่นลมแรง เช้าวันที่ 31 มกราคมนี้ เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จากรายงานของสถานีวิทยุ สวพ FM 91 ระบุพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ อาทิ ถนนบางนา-ตราด หน้าโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว น้ำท่วมผิวจราจร, ถนนบางนา-ตราด หน้าโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว ฝนตกหนัก น้ำท่วมสูงผิวจราจร, ถนนเทพรัตน ขาเข้า ผ่านหน้าไทวัสดุ บางนา ฝนตกแรง ทัศนวิสัยในการมองเห็นไม่ค่อยดี และมีน้ำท่วมขัง, ถนนเทพรัตน ขาเข้า ช่วงหน้าเมกา บางนา ช่องทางขนาน น้ำท่วมสูง รถติดขัด, ถนนศรีนครินทร์ ขาออก บริเวณแยกแบริ่ง น้ำท่วมสูง การจราจรติดขัด ท้ายสะสมแยกศรีอุดม ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯ รายงานว่า พื้นที่กรุงเทพฯ เกิดฝนตกเล็กน้อยถึงปานกลาง ปริมาณฝนสะสมสูงสุดวัดได้ที่จุดวัดสถานีสูบน้ำคลองบางนา-ถนนศรีนครินทร์ เขตบางนา 141 มิลลิเมตร สถานีสูบน้ำช่องนนทรี เขตยานนาวา 755 มม สถานีสูบน้ำพระราม 4 เขตคลองเตย 695 มม ทั้งนี้ มีน้ำท่วมขังถนนสายหลัก ดังนี้ 1ถนนสุขุมวิท ขาเข้า บริเวณสถานีรถไฟฟ้าแบริ่ง 2ถนนหมู่บ้านเศรษฐกิจ ช่วงคลองบางจาก 3ถนนหมู่บ้านเศรษฐกิจ บริเวณคลองบางขี้เก้ง-วงเวียน 4ถนนศรีนครินทร์ ช่วงวัดศรีเอี่ยม 5ถนนเกษมราษฎร์ บริเวณทางรถไฟ-กรมศุลกากร 6เลียบคลองภาษีเจริญฝั่งเหนือ ช่วงซอย 8 และ 7ถนนสุขุมวิท ขาเข้า บริเวณคลองบางนา-สำโรง นายสมพงษ์ เวียงแก้ว รองปลัด กทม กล่าวว่า เป็นไปตามที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ไว้ว่า ภายใน 1-2 วันนี้จะมีฝนตกในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่ง กทมได้เตรียมแผนรองรับ อาทิ พร่องน้ำ ลดระดับในคลองสายหลักต่างๆ เพื่อรองรับปริมาณน้ำฝนที่จะตกลงมา จัดหน่วยเคลื่อนที่เร็วหรือหน่วยเบสท์ประจำตามจุดต่างๆ คอยให้ความช่วยเหลือประชาชน กรณีที่มีน้ำท่วมขังถนนสุขุมวิท ขาเข้า บริเวณสถานีรถไฟฟ้าแบริ่ง เขตบางนา เนื่องจากพื้นที่บริเวณนั้นเกิดฝนตกตั้งแต่ 0200 น และเริ่มตกเบาบางเวลาประมาณ 0700 น ปริมาณฝนสะสมสูงสุดวัดได้กว่า 130 มม ซึ่งถือว่าตกหนักทำให้เกิดน้ำรอระบาย แต่เจ้าหน้าที่สามารถระบายน้ำออกจากพื้นที่กลับสู่ภาวะปกติช่วงเวลา 0815 น ขณะที่เพจเฟซบุ๊ก ผู้ว่าฯ อัศวิน โพสต์ข้อความระบุว่า เช้านี้ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่บางนา ศรีนครินทร์ ที่มีฝนตกสะสมมากถึง 127 มิลลิเมตร มีน้ำท่วมขังผิวจราจรในหลายจุด ทำให้มีปัญหาการจราจร ซึ่งเจ้าหน้าที่ กทมกำลังเร่งระบายน้ำและให้ความช่วยเหลือประชาชน ขอให้ตรวจสอบเส้นทางการเดินทางและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีปัญหาครับ สมุทรปราการ เกิดฝนตกหนักตั้งแต่ช่วงเช้ามืดจนถึงสว่าง ถนนในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการหลายสายไม่สามารถระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาได้ทัน ส่งผลให้มีน้ำท่วมขังรอการระบายอยู่บนผิวการจราจรสูงกว่า 30 เซนติเมตร โดยเฉพาะบนถนนศรีนครินทร์ ช่วงตั้งแต่สี่แยกศรีเทพายาวมาจนถึงทางเข้าซอยแบริ่ง และต่อไปยังเชิงสะพานข้ามแยกลาซาล มีน้ำขังสูงกว่า 20-30 เซนติเมตร รถเล็กสัญจรได้ลำบาก มีรถจอดเสียหลายคัน โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ นอกจากนี้ปริมาณน้ำยังไหลทะลักเข้าท่วมปั๊มน้ำมันหลายแห่งที่อยู่ริมถนนศรีนครินทร์และตามซอยต่างๆ กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเรื่อง สภาพอากาศแปรปรวนบริเวณประเทศไทยตอนบน กับฝนตกหนักและคลื่นลมแรงบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม จนถึงวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561) ระบุว่า ในช่วงวันที่ 31 มกราคม-1 กุมภาพันธ์ 2561 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีสภาพอากาศแปรปรวนโดยมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น และอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังแรงจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่วนภาคเหนือมีกระแสลมตะวันตกในระดับบนพัดปกคลุม ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีอากาศหนาวเย็น ส่วนในช่วงวันที่ 2-6 กุมภาพันธ์ 2561 บริเวณประเทศไทยตอนบนจะมีอุณหภูมิลดลงได้อีก 3-5 องศาเซลเซียส ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีอากาศหนาวเย็นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงกำลังแรงจากประเทศจีนอีกระลอกหนึ่งจะแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้มีกำลังแรงขึ้น ทำให้ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 1-6 กุมภาพันธ์ 2561 โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง ส่วนชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง【อ่านข้อความเต็ม】
f7p | 2021-09-26 | อ่าน(359) | แสดงความคิดเห็น(310)
อดีตนักข่าวชื่อดังชี้ เลิกเป็นกองหนุนลุงตู่ ไม่ใช่พันธมิตรฯ-กปปสตัวจริง 31 มกราคม พศ 2561 เวลา 20:54 น 【อ่านข้อความเต็ม】
dhx | 2021-09-26 | อ่าน(545) | แสดงความคิดเห็น(660)
หลังจากภาครัฐประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ทำให้ผู้ประกอบการเอกชนต้องหาแนวทางรับมือกับต้นทุนของงบจ้างพนักงานมากขึ้น โดยภาคของอุตสาหกรรมค้าปลีก มีเสียงจากสมาคมผู้ค้าปลีกไทย บอกว่า ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจค้าปลีกขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)เนื่องจากต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น และยังทำให้เกิดปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน โดยประเมินคราวๆ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอาจขาดเงินสดหมุนเวียนเพิ่มขึ้นถึง 18% ต่อปีอีกด้วย ทั้งนี้ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นดังกล่าวอาจมีความแตกต่างกันไปตามพื้นฐานของแต่ละบริษัท โดยธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ที่สามารถจ่ายค่าจ้างแรงงานเกินอัตราขั้นต่ำที่กำหนดไว้ อาจยังไม่ได้รับผลกระทบในระยะแรก เนื่องจากสามารถบริหารต้นทุนได้ แม้ว่าค่าจ้างแรงงานจะมีการปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยที่ประมาณ 2% ก็ตาม มาดูกันว่าความเปลี่ยนแปลงหลังจากปรับขึ้นค่าแรงแล้วธุรกิจค้าปลีกเป็นอย่างไร จากเดิมอัตราค่าจ้างแรงงานพื้นฐานของธุรกิจค่าปลีกเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 6-9% ต่อยอดขาย แต่ตามข้อกำหนดใหม่ทำให้ธุรกิจค้าปลีกมีค่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอีก 2% บวกกับเงินสมทบประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น 100% และเงินกองทุนทดแทนที่เพิ่มขึ้นอีก 183% รวมอัตราการเพิ่มขึ้นถึง 1183% ซึ่งจะส่งผลให้อัตราค่าจ้างพนักงานพื้นฐานใหม่กลายเป็น 709%-1064% ต่อยอดขาย หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 168%-225% ของยอดขาย จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นผู้ประกอบการต้องมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 861%-1333% เพื่อที่จะมีกำไรไปจ่ายค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น ยังไม่นับรวมถึงจำนวนพนักงานปัจจุบัน พนักงานพาร์ตไทม์ พนักงานเอาต์ซอร์ส แม่บ้าน พนักงานรักษาความปลอดภัย และพนักงานซับคอนแทรคอื่นๆ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10%-15% ของพนักงานประจำทั้งหมด มองว่าพนักงานกลุ่มนี้ก็มีแนวโน้มที่จะทำเรื่องเจรจาขอปรับเพิ่มค่าแรงด้วยเช่นกัน ด้านผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว มีความเห็นว่า การปรับขึ้นค่าแรงอาจไม่ได้กระทบกับบริษัทมากนัก แต่ก็มีบ้างที่ไกด์มีพูดว่าต้องการเพิ่ม ต้องรอดูสักพัก ถ้ามีคนโหมกระแสเรียกร้องก็คงมีผล ส่วนพนักงานประจำไม่มีปัญหา จะมีก็แต่พวก freelance หรือกึ่ง freelance ที่ทำให้เกิดต้นทุนเพิ่มต่อธุรกิจ ส่งผลให้ของขายแพงขึ้น ถ้าตลาดรับไม่ได้ ก็ต้องกลับมาที่ดุลยภาพเดิมด้วยการตัดต้นทุนบางอย่าง ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพทัวร์ เพราะโดยทั่วไปตลาดยังหาแต่ของถูก ถ้าเพิ่มต้นทุน บางธุรกิจอาจต้องลดต้นทุนอื่น เพื่อให้ได้มาซึ่งราคาที่ขายได้ แต่บริษัทอาจทำไม่ได้ เพราะเรามีมาตรฐานค้ำคออยู่ หลักๆ ก็คงเป็นเรื่องต้นทุนคนเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการทำทัวร์ต้องปรับกลยุทธ์ต้นทุนใหม่ ซึ่งความจริงส่วนตัวเห็นว่า รัฐยังไม่ควรขึ้นตอนนี้ เพราะว่าตลาดยังไม่พร้อม เห็นได้จากจีดีพีที่ผ่านมา หลักๆ มาจาก Export Tourism ยังไม่ไปลงพวก Construction ที่ใช้แรงงานรายวันมากๆ เลย ทำให้เห็นว่ายังไม่มีความเติบโต ดังนั้น ผู้บริโภคก็ไม่พร้อมที่จะจ่ายแพงขึ้น ผู้ประกอบการก็ต้องบริหารต้นทุนใหม่ให้สอดคล้องกับตลาด ไปๆ มาๆ สภาพตลาดและราคามันก็กลับมาสู่ดุลยภาพ พวกค่าจ้างสูง คนว่างงานมาก คนก็ลดค่าตัวเอง แต่หากถามว่าต้นทุนการจ้างพนักงานคิดเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ของการดำเนินธุรกิจ ก็คงขึ้นอยู่กับขนาดเล็กหรือใหญ่ไม่เท่ากัน บริษัทอาจสูงกว่าเพราะคนเยอะและแยกเป็นหลายฝ่าย ส่วนเล็กๆ ทำในครอบครัว มีคนช่วยบ้าง ก็จ้างคนน้อย แต่ทำทุกอย่างก็คงได้ เพราะสนใจแค่ขายของได้ไหม ซึ่งช่วงนี้ราคาขายต้องต่ำ เขาก็จะไปกดตรงอื่น ตามหลักที่ดีคือขึ้นค่าแรง ธุรกิจขึ้นราคาขาย ผู้บริโภคพร้อมซื้อของที่แพงขึ้น แต่ตอนนี้เศรษฐกิจยังกระจุกตัว ค่าแรงขึ้น ราคาขายขึ้นไม่ได้ มีแต่ลง ลูกค้าหาแต่ของถูกก็ลำบาก สุดท้ายมันจะไปกระทบคุณภาพ อีกอย่างแรงงานที่ค่าแรงขึ้น ไม่ใช่เพราะมี skill มากขึ้น ยังมีเท่าเดิม ผู้ประกอบการก็จะหนีจากตลาดแรงงานใช้คนน้อยลง ส่วนธุรกิจร้านอาหาร ผู้บริหารซานตาเฟ่ สเต๊ก บอกว่า ค่าแรงพนักงานคิดเป็น 23% ของการดำเนินธุรกิจ วัตถุดิบ 40% ค่าเช่าพื้นที่กว่า 20% และอื่นๆ อีก 5% เมื่อมีการปรับขึ้นค่าแรงก็ต้องปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้อง โดยปกติมีพนักงานรวมกันทั้งของบริษัทและแฟรนไชส์ประมาณ 3,000 คน ค่าใช้จ่าย 20 ล้านบาทต่อเดือน การปรับขึ้นค่าแรงมีผลกระทบต่อต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 5% หรือคิดเป็น 1 ล้านบาทต่อเดือนที่ต้องจ่ายเพิ่ม ธุรกิจร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ผู้บริหารมองว่า เอสเอ็มอีจะสามารถปรับตัวได้ในเรื่องต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้น เพราะเท่าที่ได้สัมผัสส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมครอบครัว และมีระบบเครือข่าย ซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรหรือมีแหล่งวัตถุดิบโดยตรง จึงคาดว่าผลกระทบต่อเอสเอ็มอีไม่มากนัก ขณะเดียวกันภาครัฐก็มีมาตรการลดหย่อนภาษีช่วยเหลือเอสเอ็มอี เพื่อไม่ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงเกินไป【อ่านข้อความเต็ม】
7vn | 2021-09-25 | อ่าน(129) | แสดงความคิดเห็น(692)
ยากเอ่ยคำ กลั่นจากอก แต่พลัน จันทร์ตรีโกณอังคาร ณ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ ปีระกา ตรงกับพุธ ๓๑ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๑ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่ คสชจำเอ่ย ถ้าประชาชนไม่ต้องการ ผมก็พร้อมที่จะจะจะไปจากตำแหน่งนี้ เพราะฉะนั้น อยากจะฝากกับสื่อว่า อยากให้ดูว่า ผมทำงานมาตลอด ๕๐ ปี ได้ทำอะไรไว้บ้าง? ครับคืนวาน อาถรรพณ์สรรพคราสเค้นจันทร์ร้องไห้จนน้ำตาเลือดอาบฟ้า โหราจารย์บอกว่า ระวัง จะเป็นน้ำตาจากทุกข์ทนหม่นไหม้ชาวประชา และนั่น นำสู่การ พลิกฟ้า-พลิกดิน อีกครั้ง ที่ไม่คาดกันมาก่อน! แต่สรุปว่า บ้านจะสุข เมืองจะมีสง่าราศี กับสิ่งดี-สิ่งใหม่! ไม่ต้องไปถอดรหัส หรือตีความกับวลี ผมพร้อมที่จะไปจากตำแหน่งนี้ ของพลเอกประวิตร คำพูดทหาร ชัด ตรงตัว ไม่อ้อมค้อม เมื่อท่านเอ่ยผ่านสื่อถึงสาธารณะว่า พร้อมจะไป ก็หมายความว่า ท่านตัดสินใจแล้ว ตัดสินใจ ไปจากตำแหน่งรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แน่นอน! เพราะเงื่อนไขการไป-ไม่ไปของท่าน ที่ว่า ถ้าประชาชนไม่ต้องการ นั้น มัน ชัด และ ใช่ อยู่แล้ว! มิใช่ ไม่ต้องการท่าน เพียงแต่ในสถานการณ์นี้ อยากให้ท่าน เห็นแก่สถานการณ์ สลับหน้าชน บ้างเท่านั้น! ๕๐ ปี ในงานราชการทหาร และอีก ๓ ปี ๘ เดือน ในงานรัฐบาล คสช เพื่อส่วนร่วม เพื่อธำรงความมั่นคงประเทศและสถาบัน พลเอกประวิตร ท่าน เสียสละ เพื่อสิ่งนั้น เป็นที่ประจักษ์มามากแล้ว และการประกาศ จะไปจากตำแหน่งนี้ นี่ ก็เป็นอีกครั้งหนึ่ง อาจหาญยิ่งใหญ่ พิสูจน์ชายชาติทหารในการเสียสละของท่าน ในเมื่อประชาชน พอใจ-ต้องการ ให้น้องร่วมสาบานท่าน เป็น กระบี่เดียวค้ำฟ้า มีอันใดเล่า ที่พี่ใหญ่จะไม่ยินดี!? น้องสำเร็จ เท่ากับพี่สำเร็จ ในงานกอบกู้ ชาติ-ราชบัลลังก์ และสังคมชาติ ที่ร่วมเป็น-ร่วมตายด้วยกัน จาก ๒๒ พฤษภา ๕๗ ครั้งนี้ เพียงพี่ถอยตามยุทธวิธี จากแถวหน้า ไประวังหลังอยู่ในสถานะ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ สลายแผน ฝ่ายตรงข้าม วืดไปทันที ตารุก-ตาฆาตในกระดานหมากจะเปิดโล่ง ให้ คสชทิ่มเบี้ย โคนเบียด ม้าสกัด สะกดด้วยเรือ รุกไล่ เดี๋ยวก็เหลือพื้นที่เดิน แค่ โรงพัก กับ ห้องรอประกัน เท่านั้นแหละ! ตลอดชีวิตท่าน ดูเหมือน เมื่อวาน (๓๑ มค๖๑) เป็นครั้งแรก ที่ท่านยืนหน้าไมค์ ด้วย ความในใจ ที่ถอดร้อยเรียงลงแผ่นกระดาษพร้อมสรรพ เป็นใครๆ ก็ไม่ง่ายเลย พูดน่ะไม่ยาก แต่การพูดเหมือนประกาศ ลาแล้ว จากตำแหน่งทางการเมืองในรัฐบาล คสชประหนึ่ง จำใจ ต่อหน้าพี่น้องทหาร และบรรดานักข่าว มัน ยากจริงๆ ! ดังนั้น แม้ร่างไว้ล่วงหน้า แต่เมื่อถึงคราเอ่ยข้อความสำคัญสุดท้าย ก้อนแห่งความอัดอั้น จะระคนน้อยเนื้อต่ำใจ หรือคับแค้นอันใด ก็ยากเดา ท่านสะดุดตรงคำว่า ผมพร้อมที่จะจะอยู่ ๒-๓ ครั้ง ก่อนต่อประโยคให้สมบูรณ์ ด้วยเนื้อความว่า จะไปจากตำแหน่งนี้ ! อย่าว่าแต่เจ้าของคำเลย ผมเชื่อว่าผู้ฟังคำแทบทุกคนก็รู้สึกสะท้อน ด้วยเข้าใจ-เห็นใจท่าน เท่ากับที่ท่าน เข้าใจประชาชน และ เห็นน้ำใจ น้องเล็กของท่านที่ชื่อ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ! ใครอยู่ในจุดนี้ ก็เหมือน พี่ใหญ่-น้องเล็ก คู่นี้ มันยากจริงๆ ทั้งการตัดสินใจ และการทำใจ ทำงานใหญ่ น้ำใจต้องไม่ฟุ่มเฟือย ถึงตอนนี้ ผมชักจะเข้าใจและเห็นใจท่านประธาน เหมาเจ๋อตง ว่าการปลดแอกประชาชนสู่ความเป็น จีน ยิ่งใหญ่วันนี้ สหายต้องตายให้สหาย ไปไม่รู้เท่าไหร่? เอาล่ะ เมื่อพี่ใหญ่ประกาศ พร้อมลาออก เช่นนี้ พลเอกประยุทธ์ ในฐานะ หัวหน้ารัฐบาล จะทำอย่างไรต่อไป? นี่ทั้งมิตร ทั้งศัตรู จ้องดูเขม็ง! พูดกันทางการเมือง รัฐมนตรีเมื่อประกาศต่อสาธารณะเช่นนี้ ถือว่า มีผล ในทางลาออกไปแล้ว แต่รัฐบาลเผด็จการ จะยึดธรรมเนียมปฏิบัตินั้นหรือไม่ ขึ้นอยู่กับท่านนายกฯ ผมว่าพี่กับน้องคงได้หารือกัน ก่อนพี่ใหญ่จะตัดสินใจประกาศต่อสาธารณะเมื่อวาน ดังนั้น ไม่นานเกินการณ์ การสลับตัวเดิน ก็ต้องได้เห็น นายกฯ คงต้องนั่งควบเก้าอี้ รัฐมนตรีกลาโหม แทนพลเอกประวิตร ไปน่ะ ไม่ใช่ไปลับหรือไปเลย หากแต่ไปคุมทัพอยู่ใน บอร์ด คสช ซึ่งคุมนโยบายรัฐบาลอีกที! ผมขอย้ำ เรื่อง เลื่อนเลือกตั้ง นั้นน่ะ ประชาชนไม่ซีเรียส จะปลายปี ๖๑ หรือต้นปี ๖๒ ไม่ต่างกันตรงไหน และก็พอเข้าใจ ถ้าผมเป็นรัฐบาล ผมก็ต้องเลื่อน โดยทิ้ง ช่วงห่าง ไว้แบบนี้ เพราะอะไรน่ะหรือ? คืออย่างที่ผมเคยคุยตรงนี้ไป ๒-๓ ครั้งแล้ว บ้านเมืองอยู่ในช่วงรอยต่อแผ่นดิน งาน ถวายพระเพลิงพระบรมศพ ผ่านไปแล้วก็จริง แต่ขณะนี้ อยู่ในช่วงรื้อถอนและย้ายพระเมรุมาศออกจากท้องสนามหลวง ไปเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และอาคารจัดแสดงนิทรรศการที่ จปทุมธานี ใช้เวลาประมาณ ๒ เดือน ตามกำหนด ราวๆ กลางเดือนมีนา ๖๑ นั่นแหละ จะแล้วเสร็จ และส่งมอบพื้นที่ให้ กทมปรับแต่งภูมิทัศน์ต่อไป แต่ที่สำคัญสูงสุด ต้องไม่ลืม บ้านเมืองยังมีพระราชพิธีสำคัญยิ่ง ที่ต้องกระทำต่อจากนี้รออยู่พระราชพิธีหนึ่ง คือ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระเจ้าแผ่นดิน รัชกาลที่ ๑๐ คงจำกันได้ นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช กราบบังคมทูลเชิญ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร องค์พระรัชทายาท เสด็จขึ้นทรงราชย์ เป็นพระมหากษัตริย์ ตั้งแต่วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๕๙ ตามกฎมณเฑียรบาล ว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พศ๒๔๖๗ และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ระหว่างที่ประชาชนยังมิได้ถวายพระปรมาภิไธย เนื่องในการพระราชพิธี บรมราชาภิเษก ตามพระราชประเพณี สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เฉลิมพระปรมาภิไธยว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร หมายความว่า ขณะนี้ อยู่ระหว่างไปสู่ขั้นตอน พระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อมีพระราชพิธีแล้ว จึงจะขานพระนามพระองค์ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็น ในหลวง รัชกาล ที่ ๑๐ ครบถ้วน สมบูรณ์ ทุกประการ ส่วนจะกำหนดวันไหน เมื่อไหร่ เป็นพระราชวินิจฉัย ในทางรัฐบาล เท่าที่ทราบ รองฯ วิษณุ เครืองาม มอบให้ กระทรวงวัฒนธรรม จัดเตรียมงานเกี่ยวกับ พระราชพิธีบรมราชาภิเษก แล้ว เมื่อกลางเดือนมกรา พระราชพิธีสำคัญยิ่งเช่นนี้ พูดถึงด้านรัฐบาล ต้องตระเตรียมต้องติดต่อประสาน ทั้งในและนอกประเทศมากมาย พูดกันจริงๆ งานระดับนี้ ๖ เดือน เพื่อการเตรียมให้พร้อม ไม่แน่ว่าจะพอ ดังนั้น ถ้าจะกำหนดวันเลือกตั้ง ตามที่กะการณ์ไว้เดิมว่า ราวๆ เดือนพฤจิกา เสี่ยงมาก ที่งานพระราชพิธี กับการหาเสียงเลือกตั้ง หรือการเลือกตั้ง อาจประจวบเวลาคาบเกี่ยวกัน ซึ่งไม่เหมาะสมเลย อีกทั้ง เมื่อประกาศวันเลือกตั้ง รัฐบาลก็จะอยู่ในฐานะ รักษาการ ไม่ถูกต้อง-ไม่เหมาะสมเช่นกัน ถ้าพระราชพิธีสำคัญยิ่งนั้น ผู้รับสนองพระราชโองการ จะเป็นรัฐบาลรักษาการ เมื่อตรองตามนี้ ผมเข้าใจ และเห็นในความจำเป็น ที่ต้องเลื่อนเลือกตั้งด้วยเงื่อนไข ประกาศกฎหมายเลือกตั้งไปก่อน ๙๐ วัน แล้วจึงจะมีผลบังคับใช้ ส่วนจะเลือกตั้งวันไหน ค่อยว่ากันต่อจากนั้น? เป็นเรื่องความรอบคอบของรัฐบาล บนความรับผิดชอบ มากกว่าเป็นเล่ห์-เป็นเหลี่ยม หวังอยู่ในอำนาจเผด็จการนานๆ ก็อยากให้ตรองกันตามนี้ และไอ้พวกกเฬวรากแผ่นดิน ที่กระดี๊-กระด๊า นึกว่ารัฐบาลประยุทธ์ขาลง แล้วแห่กันรุมทึ้งนั่นน่ะ ต่อให้พ่อมึงทั้งยูเอ็นยกมามะรุมมะตุ้มด้วย จะแจก กล้วย เป็นซูวีเนียร์ให้คนละใบ! 【อ่านข้อความเต็ม】
7zd | 2021-09-25 | อ่าน(327) | แสดงความคิดเห็น(56)
สิ่งสำคัญที่ยึดมั่นตลอดมาคือเราเป็นไทยมุง มิใช่แกนนำหรือผู้ร่วมขบวนการ เราเป็นตัวประกอบคนหนึ่ง ตั้งแต่ 14 ตค 16 6 ตค 19 พฤษภาทมิฬ 35 พันธมิตร 49-51 กปปส 2556-2557 เรามิใช่ตัวแทนของกลุ่มใด เราเป็นเพียงไทยมุงแนวร่วมตัวประกอบ เราจึงรู้สึกมั่นไส้และตะกิดตะขวงใจเมื่อเห็นตัวประกอบไทยมุงเหมือนเราบางคน ออกมาพูดทวงบุญคุณคสช อ้างเป็นพันธมิตรบ้างเป็น กปปสบ้าง【อ่านข้อความเต็ม】
dh5 | 2021-09-25 | อ่าน(773) | แสดงความคิดเห็น(148)
เริ่ม เดือนแห่งความรัก กันแล้วก็ต้องปูพรมด้วย เรื่องเบาๆ ว่าด้วย คอนเสิร์ต ต่างประเทศ จากฟากฝั่งเมืองผู้ดีและดินแดนแฮมเบอร์เกอร์ที่พาเหรดมา เมืองไทย ยุค 40 กันขวักไขว่ โดย แค่ มกราคม เดือนเดียวก็มีทั้ง Imagine Dragons เลียม กัลลาเกอร์ Foster The People และ The XX และยังมีคิวที่จะมาอีกทั้ง Incubus จอห์น เลเจนด์ แม้แต่ตัวแม่อย่าง เคธี เพอร์รี หรือวงร็อกจากไอริชอย่าง The Script และเจ้าของรางวัลแกรมมี่หมาดๆ อย่าง บรูโน มาร์ส ก็คอนเฟิร์มมาแล้ว ซึ่ง ราคาบัตรก็มีตั้งแต่ระดับพันกลางๆ ไปถึงหลักหมื่นกันเลยทีเดียว เรียกว่าต้องขายตับ-ไตกันไม่รู้กี่รอบถึงจะไปครบคอนเสิร์ต ทั้งหลายแหล่นี้๐ หันกลับมาสู่วังวน โลกเครียด กันบ้าง โดยเฉพาะเรื่องของ หวยอลเวง 30 ล้านบาท ที่เมื่อวันที่ 19 มค สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ออกมาแถลงผล พิสูจน์ลายนิ้วมือแล้วว่ามีแต่ของ รตทจรูญ วิมูล อดีตนายตำรวจ ซึ่งใครต่อใครคงคิดว่าน่าจะลงเอยหรือมีบทสรุปไปกว่า 80% แต่แล้วเมื่อวันพุธสิ้นเดือน มค พลตทกิตติพงษ์ เงามุข ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 (ผบชภ7) ก็ตั้งโต๊ะแถลงเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง ที่สำคัญมีการ พลิกกลับ 360 องศากันเลย เพราะระบุว่าสลากเป็นของ ครูปรีชา ใคร่ครวญ และเตรียมแจ้งข้อหายักยอกทรัพย์หรือรับของโจรกับ ลุงจรูญ ๐ งานนี้ไม่รู้ว่าเป็นการเดิมพันหลักฐานทางวิทยาศาสตร์กับพยานบุคคลหรือไม่อย่างไร แต่ที่แน่ๆ เรื่องนี้อาจ สะเทือนไปถึงการทำหน้าที่ของ ทนาย และ ตำรวจ กันเลยทีเดียว ซึ่ง ษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้ม ในฐานะเลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ ก็ ประกาศความเชื่อมั่นไม่ต่างจากตำรวจเช่นกัน เรียกว่าสุดท้าย หวย 30 ล้าน คงต้องไปจบที่ศาลชี้ขาด ซึ่งไม่ว่าผลการตัดสินจะเป็นอย่างไรก็น่าจะมีการเช็กบิลกันระเบิดระเบ้อแน่๐ พูดถึงเรื่องครูหวยแล้ว ไม่พูดเรื่องครูฉาวก็ไม่ได้ ซึ่งดูเหมือนช่วงนี้ทั้ง พ่อพิมพ์-แม่พิมพ์ พร้อมใจกันสร้างเรื่องไม่น่าจดจำเสียนี่กระไร โดยเฉพาะเรื่อง คาวโลกีย์ แต่ดูเหมือนตั้งแต่เกิดเรื่องคาวเรื่องฉาวมา กระทรวงศึกษาธิการ ภายใต้บังเหียนของ นพธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ ในฐานะคุมนโยบายการศึกษาของประเทศ กลับไม่มีการเทกแอคชั่นแต่ประการใดเลย เรียกว่าปล่อยไปตามมีตามเกิดซะอย่างนั้น๐ ในที่สุด พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็เริ่มทนเสียงเรียกร้องและกดดันของทุกภาคส่วนว่าด้วย แหวนเพชรแยงตา นาฬิกายืมเพื่อน เพราะถึงกับลั่น ในระหว่างงานเลี้ยงสานสัมพันธ์ กหกับสื่อมวลชนว่า ถ้าประชาชนไม่ต้องการ ก็พร้อมไปจากตำแหน่ง ถือเป็น ประกาศท่าทีเยี่ยง ชายชาติทหาร ครั้งแรกเลยทีเดียว เล่นเอามีกระแสข่าวเกิดขึ้นตามมาทันทีว่า เก้าอี้ของ บิ๊กป้อม อาจส้มหล่นตกไปยัง รมชกลาโหม ที่ บิ๊กช้าง พลอชัยชาญ ช้างมงคล นั่งอยู่ก็เป็นได้ งานนี้คงไม่ลุ้นกันยาวนัก๐ ส่วนเรื่องนี้ยังหนังยาวคือ เรื่องการหย่อนบัตรของคนไทยทั้งประเทศ เพราะแค่เรื่องกฎหมายลูกว่าด้วย สส และ สว ซึ่งแม้สภาฝักถั่วจะถูลู่ถูกังผ่านกันมาแบบวันละฉบับ แต่ก็ยังไม่สะเด็ดน้ำ เพราะ ล่าสุด ขาปูดข่าว อย่าง สมชัย ศรีสุทธิยากร กกตที่นับถอยหลังเป็นแค่อดีตก็ออกมาแฉว่ามี สนช โทรมาล็อบบี้ ให้ตั้ง กมธร่วมแก้กฎหมาย สส โดยหวังจะลบเรื่องการให้จัด มหรสพ หาเสียงได้๐ แฉโพยออกมาอย่างนี้ก็เล่นเอา วิป สนช อย่าง สมชาย แสวงการ ต้องรีบมาปัดสวะให้พ้นสภาฝักถั่วกันเลยทีเดียว แต่ก็ใช่ว่ากระแสจะหมดไป เพราะล่าสุดขาเมาธ์ว่าด้วยทฤษฎีสมคบคิดกระซิบมาว่า ตอนนี้มีกระแส (เก่า) ที่ถูกนำมาปัดฝุ่นใหม่ขึ้นมาอีก นั่นคือการล้มกฎหมายลูกฉบับใดฉบับหนึ่ง หรือทั้ง 2 ฉบับ เพราะจะทำให้การเลือกตั้งที่ต้องเลื่อนอยู่แล้วมติ สนชที่แก้ไขให้กฎหมายบังคับใช้หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา 90 วัน ยาวออกไปอีกถึง 6-8 เดือนเลยทีเดียว๐ พิโธ่! วิษณุ เครืองาม รองนายกฯ บอกว่ายังมีเวลา 10 ปีในการอายัดทรัพย์ นารีปู เหมือนส่งสัญญาณว่าไม่ต้องรีบร้อน พระเจ้าจอร์จ แล้วที คดีสนามกอล์ฟอัลไพน์ ที่ทำให้ตัวเป้งหลุดไป มิใช่เพราะคิดว่ามีเวลามันเหลือเป็น 10-15 ปีหรอกเหรอ ยังไม่รวมถึงคดีเลี่ยงภาษีของสัมภเวสีหลายกรรมหลายวาระก็หลุดไป เพราะขาดอายุความทั้งนั้น อย่างนี้มันจะเรียกว่า 2 มาตรฐานได้หรือไม่ เพราะที คดีเงินระดับหมื่นระดับแสนเห็นไล่เบี้ยไล่ยึดกันเหลือเกิน แต่พอเป็นคนใหญ่คนโตยึดทรัพย์กันระดับพันหมื่นล้านกลับชี้ช่องมามีเวลาอีก 10 ปี แหม! ทั้งคุกและมาตรฐานการทำงานนี่เลือกว่าเป็นใครจริงๆ๐【อ่านข้อความเต็ม】
xxt | 2021-09-25 | อ่าน(325) | แสดงความคิดเห็น(553)
สนฉัตร-สรรค์ชัย กล่าวร่วมกันว่า การฝึกซ้อมครั้งนี้ เป็นการลงซ้อมเพื่อลองสนาม ยังไม่ได้เน้นเรื่องการเคลื่อนที่ ซึ่งเท่าที่ดูพื้นคอร์ตที่นี่จะลื่นกว่าที่อื่น แต่เชื่อว่านักเทนนิสทีมไทยน่าจะเอาชนะได้ โดยเฉพาะประเภทเดี่ยว วิชยา ตรงเจริญชัยกุล มือ 1 ของไทย【อ่านข้อความเต็ม】
l5r | 2021-09-24 | อ่าน(120) | แสดงความคิดเห็น(740)
หลังจากภาครัฐประกาศปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ทำให้ผู้ประกอบการเอกชนต้องหาแนวทางรับมือกับต้นทุนของงบจ้างพนักงานมากขึ้น โดยภาคของอุตสาหกรรมค้าปลีก มีเสียงจากสมาคมผู้ค้าปลีกไทย บอกว่า ได้รับผลกระทบมากที่สุด โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจค้าปลีกขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี)เนื่องจากต้นทุนค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจเพิ่มขึ้น และยังทำให้เกิดปัญหาขาดเงินทุนหมุนเวียน โดยประเมินคราวๆ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอาจขาดเงินสดหมุนเวียนเพิ่มขึ้นถึง 18% ต่อปีอีกด้วย ทั้งนี้ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นดังกล่าวอาจมีความแตกต่างกันไปตามพื้นฐานของแต่ละบริษัท โดยธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ที่สามารถจ่ายค่าจ้างแรงงานเกินอัตราขั้นต่ำที่กำหนดไว้ อาจยังไม่ได้รับผลกระทบในระยะแรก เนื่องจากสามารถบริหารต้นทุนได้ แม้ว่าค่าจ้างแรงงานจะมีการปรับเพิ่มขึ้นเฉลี่ยที่ประมาณ 2% ก็ตาม มาดูกันว่าความเปลี่ยนแปลงหลังจากปรับขึ้นค่าแรงแล้วธุรกิจค้าปลีกเป็นอย่างไร จากเดิมอัตราค่าจ้างแรงงานพื้นฐานของธุรกิจค่าปลีกเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 6-9% ต่อยอดขาย แต่ตามข้อกำหนดใหม่ทำให้ธุรกิจค้าปลีกมีค่าจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ยอีก 2% บวกกับเงินสมทบประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น 100% และเงินกองทุนทดแทนที่เพิ่มขึ้นอีก 183% รวมอัตราการเพิ่มขึ้นถึง 1183% ซึ่งจะส่งผลให้อัตราค่าจ้างพนักงานพื้นฐานใหม่กลายเป็น 709%-1064% ต่อยอดขาย หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 168%-225% ของยอดขาย จากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นผู้ประกอบการต้องมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 861%-1333% เพื่อที่จะมีกำไรไปจ่ายค่าแรงขั้นต่ำที่เพิ่มขึ้น ยังไม่นับรวมถึงจำนวนพนักงานปัจจุบัน พนักงานพาร์ตไทม์ พนักงานเอาต์ซอร์ส แม่บ้าน พนักงานรักษาความปลอดภัย และพนักงานซับคอนแทรคอื่นๆ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10%-15% ของพนักงานประจำทั้งหมด มองว่าพนักงานกลุ่มนี้ก็มีแนวโน้มที่จะทำเรื่องเจรจาขอปรับเพิ่มค่าแรงด้วยเช่นกัน ด้านผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว มีความเห็นว่า การปรับขึ้นค่าแรงอาจไม่ได้กระทบกับบริษัทมากนัก แต่ก็มีบ้างที่ไกด์มีพูดว่าต้องการเพิ่ม ต้องรอดูสักพัก ถ้ามีคนโหมกระแสเรียกร้องก็คงมีผล ส่วนพนักงานประจำไม่มีปัญหา จะมีก็แต่พวก freelance หรือกึ่ง freelance ที่ทำให้เกิดต้นทุนเพิ่มต่อธุรกิจ ส่งผลให้ของขายแพงขึ้น ถ้าตลาดรับไม่ได้ ก็ต้องกลับมาที่ดุลยภาพเดิมด้วยการตัดต้นทุนบางอย่าง ซึ่งอาจส่งผลต่อคุณภาพทัวร์ เพราะโดยทั่วไปตลาดยังหาแต่ของถูก ถ้าเพิ่มต้นทุน บางธุรกิจอาจต้องลดต้นทุนอื่น เพื่อให้ได้มาซึ่งราคาที่ขายได้ แต่บริษัทอาจทำไม่ได้ เพราะเรามีมาตรฐานค้ำคออยู่ หลักๆ ก็คงเป็นเรื่องต้นทุนคนเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการทำทัวร์ต้องปรับกลยุทธ์ต้นทุนใหม่ ซึ่งความจริงส่วนตัวเห็นว่า รัฐยังไม่ควรขึ้นตอนนี้ เพราะว่าตลาดยังไม่พร้อม เห็นได้จากจีดีพีที่ผ่านมา หลักๆ มาจาก Export Tourism ยังไม่ไปลงพวก Construction ที่ใช้แรงงานรายวันมากๆ เลย ทำให้เห็นว่ายังไม่มีความเติบโต ดังนั้น ผู้บริโภคก็ไม่พร้อมที่จะจ่ายแพงขึ้น ผู้ประกอบการก็ต้องบริหารต้นทุนใหม่ให้สอดคล้องกับตลาด ไปๆ มาๆ สภาพตลาดและราคามันก็กลับมาสู่ดุลยภาพ พวกค่าจ้างสูง คนว่างงานมาก คนก็ลดค่าตัวเอง แต่หากถามว่าต้นทุนการจ้างพนักงานคิดเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ของการดำเนินธุรกิจ ก็คงขึ้นอยู่กับขนาดเล็กหรือใหญ่ไม่เท่ากัน บริษัทอาจสูงกว่าเพราะคนเยอะและแยกเป็นหลายฝ่าย ส่วนเล็กๆ ทำในครอบครัว มีคนช่วยบ้าง ก็จ้างคนน้อย แต่ทำทุกอย่างก็คงได้ เพราะสนใจแค่ขายของได้ไหม ซึ่งช่วงนี้ราคาขายต้องต่ำ เขาก็จะไปกดตรงอื่น ตามหลักที่ดีคือขึ้นค่าแรง ธุรกิจขึ้นราคาขาย ผู้บริโภคพร้อมซื้อของที่แพงขึ้น แต่ตอนนี้เศรษฐกิจยังกระจุกตัว ค่าแรงขึ้น ราคาขายขึ้นไม่ได้ มีแต่ลง ลูกค้าหาแต่ของถูกก็ลำบาก สุดท้ายมันจะไปกระทบคุณภาพ อีกอย่างแรงงานที่ค่าแรงขึ้น ไม่ใช่เพราะมี skill มากขึ้น ยังมีเท่าเดิม ผู้ประกอบการก็จะหนีจากตลาดแรงงานใช้คนน้อยลง ส่วนธุรกิจร้านอาหาร ผู้บริหารซานตาเฟ่ สเต๊ก บอกว่า ค่าแรงพนักงานคิดเป็น 23% ของการดำเนินธุรกิจ วัตถุดิบ 40% ค่าเช่าพื้นที่กว่า 20% และอื่นๆ อีก 5% เมื่อมีการปรับขึ้นค่าแรงก็ต้องปรับแผนธุรกิจให้สอดคล้อง โดยปกติมีพนักงานรวมกันทั้งของบริษัทและแฟรนไชส์ประมาณ 3,000 คน ค่าใช้จ่าย 20 ล้านบาทต่อเดือน การปรับขึ้นค่าแรงมีผลกระทบต่อต้นทุนเพิ่มขึ้นอีก 5% หรือคิดเป็น 1 ล้านบาทต่อเดือนที่ต้องจ่ายเพิ่ม ธุรกิจร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลฟเว่น ผู้บริหารมองว่า เอสเอ็มอีจะสามารถปรับตัวได้ในเรื่องต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้น เพราะเท่าที่ได้สัมผัสส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมครอบครัว และมีระบบเครือข่าย ซื้อวัตถุดิบจากเกษตรกรหรือมีแหล่งวัตถุดิบโดยตรง จึงคาดว่าผลกระทบต่อเอสเอ็มอีไม่มากนัก ขณะเดียวกันภาครัฐก็มีมาตรการลดหย่อนภาษีช่วยเหลือเอสเอ็มอี เพื่อไม่ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงเกินไป【อ่านข้อความเต็ม】
blb | 2021-09-24 | อ่าน(431) | แสดงความคิดเห็น(442)
“SHIPPOP” สตาร์ทอัพไทยแจ้งเกิด จ่อบุกตลาดอาเซียน 01 กุมภาพันธ์ พศ 2561 เวลา 11:13 น 【อ่านข้อความเต็ม】
5 หน้า

ลิงค์ที่เป็นมิตรเวลาปัจจุบัน:2021-09-27

เกม สล็อต 98 1️⃣2021| เครดิต ฟรี ไม่1️⃣M98| สล็อต หมุน ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก1️⃣M98| สล็อต แจก เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก ก่อน 2021 1️⃣2021| cq9 slot ฟรี เครดิต1️⃣LOOK618| gclub9651️⃣LOOK618| live22 แจก เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| 3xbet เข้า สู่ ระบบ facebook 1️⃣2021| mgm99th1️⃣LOOK618| joker gaming 29291️⃣LOOK618| slot fever 1681️⃣LOOK618| เข้า เกม pussy8881️⃣LOOK618| โหลด slotxo881️⃣LOOK618| slot free credit ไม่ ต้อง ฝาก 20201️⃣M98| slot pg 789 1️⃣2021| สล็อต royal online v21️⃣M98| pg slot 781️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ทำ เทิ ร์ น1️⃣LOOK618| แจก เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง แชร์ ไม่ ต้อง ฝาก ก่อน1️⃣M98| ฝาก 1 บาท ฟรี 99 บาท 20211️⃣LOOK618| โร ม่า โจ๊ก เกอร์1️⃣M98| joker slot 66881️⃣LOOK618| joker ฝาก 50 รับ 1501️⃣LOOK618| mgm99pg 1️⃣2021| เล่น pg ฟรี 1️⃣2021| สล็อต 888 ฟรี เครดิต 1001️⃣M98| ลิงค์ เข้า ufa xyz1️⃣LOOK618| slot โปร 1 บาท 1️⃣2021| คา สิ โน ฝาก วอ เลท1️⃣M98| เว็บ ใหม่ แจก เครดิต ฟรี 2020 1️⃣2021| เกม ตก ปลา ได้ เงิน จริง1️⃣M98| sagame66 slot 1️⃣2021| slot ฟรี 300 1️⃣2021| สล็อต เล่น ได้ เงิน จริง 1️⃣2021| xoslot เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| pg ฝาก 100 รับ 2001️⃣LOOK618| สมัคร เกม ได้ เงิน ฟรี1️⃣M98| lucky spin slot v2 1️⃣2021| เว็บ คา สิ โน เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| คา สิ โน ฟรี เครดิต 20211️⃣M98| live22 ฝาก 10 1️⃣2021| โหลด roar66 1️⃣2021| joker th888 1️⃣2021| 123goal สมัคร1️⃣LOOK618| mafia500 เครดิต ฟรี1️⃣LOOK618| เครดิต ฟรี วัน เกิด ไม่มี เงื่อนไข 20211️⃣M98| โปร 50 รับ 100 ล่าสุด1️⃣LOOK618| สล็อต บา ค่า ร่า 1️⃣2021| เครดิต ฟรี joker slot1️⃣LOOK618| gclub casino มือ ถือ1️⃣M98| slot punpun 999 1️⃣2021| r888 คา สิ โน1️⃣M98| ยิง ปลา ufabet 1️⃣2021| เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง ฝาก 2020 ล่าสุด1️⃣M98| slotxo auto โบนัส 100 1️⃣2021| เล่น พนัน ออนไลน์ ฟรี 1️⃣2021| สล็อต ruby888 1️⃣2021| gclub9651️⃣LOOK618| fafa117 เครดิต ฟรี 1️⃣2021| slot24th joker 1️⃣2021| joker1888 line1️⃣LOOK618| โจ๊ก เกอร์ 20211️⃣LOOK618| ฝาก 50 รับ 100 pg1️⃣LOOK618| ทดลอง เล่น 9181️⃣LOOK618| winclub88 ฟรี เครดิต 1️⃣2021| slot1168 joker1️⃣LOOK618| joker สล็อต ฝาก 1 บาท โบนัส 991️⃣M98| slotxo ฝาก 1 บาท ได้ 100 วอ เลท 1️⃣2021| greenx88 ฟรี ส ปิ น1️⃣M98| ทดลอง เล่น สล็อต โร ม่า ฟรี 20201️⃣M98| slot999 ติดต่อ 1️⃣2021| pg bet เครดิต ฟรี1️⃣M98| slot ฝาก 50 รับ 2001️⃣LOOK618| ยิง ปลา เครดิต ฟรี ไม่ ต้อง แชร์ 20211️⃣M98| แจก เครดิต ฟรี 200 ไม่ ต้อง ฝาก 20211️⃣M98| สมัคร live22th1️⃣M98| joker game slot1️⃣LOOK618| ค่า สิ โน 8881️⃣LOOK618| joker slotxo auto 1️⃣2021| joker123 เข้า เล่น 1️⃣2021| สล็อต เกม ยิง ปลา1️⃣LOOK618| mbslot99 1️⃣2021| ไลน์ joker1️⃣M98| slot1234 918 1️⃣2021| สล็อต xo เครดิต ฟรี 50 บาท1️⃣LOOK618| เกมส์ 5671️⃣LOOK618| ดาว โหลด pgslot991️⃣M98| เกม ได้ เงิน จริง ไม่ ต้อง ลงทุน 20201️⃣LOOK618| ดาวน์โหลด 981kiss1️⃣LOOK618| เว็บ บา คา ร่า dg1️⃣LOOK618| บา คา ร่า คน เล่น เยอะ ที่สุด 1️⃣2021| เว็บ 777 1️⃣2021| เครดิต 18 บาท 1️⃣2021| ทาง เข้า slotauto8881️⃣M98|